เทรดคริปโตมา 23 วันแล้ว

ไม่มีหมวดหมู่

เพิ่งเข้ามาเทรดคริปโตไม่ถึงเดือน ส่วนตัวจะเทรด Forex หุ้นไทย และหุ้นอเมริกาเป็นหลัก

ไม่ว่าจะไปเทรดตลาดไหน ก็ใช้ทักษะการเทรดชุดเดียวกัน การเทรดนั้มีเป็นร้อยแนวทางที่ทำกำไร เชือกมาสักทางแล้วเทรดเป็นหมื่น ๆ ครั้งให้เชี่ยวชาญ

แนวทางของผมจะมีความแม่นยำ 35-42% แล้วแต่ช่วงเวลา โอกาสเจอขาดทุนติดกัน เป็นเรื่องปกติ แต่ช่วงทำกำไรต้องคุ้มกับที่อดทนรอ

การเทรดสายนี้จิตใจต้องนิ่ง แม้คนเทรดตามผม ถ้าเจอช่วงขาดทุนติดต่อกัน 5-8 ครั้ง มักจะเทรดจนท้อกันทุกราย แต่ถ้าเทรดมาเป็นหมื่น ๆ เทรด ก็จะเห็นในสิ้งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

สอบ Proprietary Trader ของ FTMO ผ่านแล้ว

เรื่องน่าสนใจ

หลังจากพลาดสอบตกรอบแรกตัต้งแต่ปีที่แล้ว ก็ได้กลับไปฝึกฝนเทรดใหม่ และวางแผนเข้าเทรดในช่วงต้นปีที่คาดว่าตลาดจะมีความผันผวนแรง ในที่สุดก็สอบ Proprietary Trader ของ FTMO ผ่านทั้งสองรอบ ได้เข้าเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพได้สมใจหวัง

หลายคนอาจจะไม่รู้จักว่า Proprietary Trader หรือ Prop Trade คืออะไร เรียกง่าย ๆ ก็คือ เทรดเดอร์รับจ้างที่นำเงินทุกของบริษัทมาเทรดและแบ่งกำไรกัน ซึ่งการที่จะเป็นเทรดเดอร์ในสังกัดได้ก็ต้องผ่านการทดสอบที่ค่อนข้างหินพอสมควร และถึงแม้จะเข้าไปแล้วถ้าขาดทุนจนเกินเงื่อนไขที่กำหนด ก็จะสิ้นสุดอาชีพนี้และต้องสองใหม่ทั้งหมดเช่นกัน

โดยผมสอบของ FTMO ซึ่งจะได้ส่วนแบ่งกำไร 70% จากกำไรที่เทรดได้ในทุกเดือน โดยเงินทุนเริ่มต้นขึ้นอยู่กับเงินสมัครสองของเราในตอนแรก ซึ่งของผมใช้ค่าสมัครแบบ 155 ยูโร ตกประมาณ 5,600 บาทไทย ถ้าสอบผ่านจะได้เงินทุนเทรดเริ่มต้น 10,000 เหรียญ หรือประมาณ 3 แสนบาท ค่าสมัครถ้าสอบผ่านจะได้คืน

รอบแรกให้เวลาสอบ 30 วัน ต้องเทรดทำกำไรให้ได้อย่างน้อย 10% โดยที่มีวันที่เทรด 10 วันขึ้นไป นับเฉพาะวัน Open Position โดยที่เงินทุนห้ามลดเกิน 10% ถ้าลดเกินสอบตก และภายใน 1 วัน ห้ามลดเกิน 5% รอบนี้ผมใช้เวลาสอบ 10 วันผ่าน

รอบ Verify เป็นรอบยืนยัน เงื่อนไขง่ายกว่าเดิม เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้เทรดมั่ว ให้เวลา 60 วัน เงื่อนไขอื่น ๆ เหมือนกัน ยกเว้นทำกำไรแค่ 5% ก็สอบผ่าน รอบนี้ผมใช้เวลา 30 วันในการสอบผ่าน

ความยากในการเทรดถือว่ายากและกดดันพอสมควร เพราะการที่จะเทรดให้ได้กำไร 10% โดยขาดทุนไม่เกิน 10% ถ้าใช้ Risk ประมาณ 1-2% โอกาสจะผ่านก็ประมาณ 50-60% ในรอบแรก เพราะโอกาสเกิด Maximum Drawdown เกิน 10% สูงมาก แต่ถ้าใช้ Risk 0.5% ก็อาจจะไม่ทัน 30 วัน ถ้าตลาดไม่แรงพอ หลัก ๆ ผมเลยวางกลยุทธเข้าเทรดในช่วงตลาดเริ่มเกิดเทรนด์แข็งแกร่ง เพราะจะทำให้ใช้ Risk 1% ได้สำเร็จง่ายขึ้น

โดยแผนเมื่อเป็นเทรดเดอร์ จะใช้ Risk แค่ 0.5% เพราะโอกาสเกิด Maximum Drawdown เกิน 10% นั้นน้อยมาก เพราะการเทรดของผมจะมี Win Rate อยู่ที่ 35-40% แต่ Risk per Reward ที่ 1:1.5 – 1:2.5 จะวิ่งอยู่ประมาณนี้ในทุกตลาดที่ผมเทรด ทำให้สามารถสร้างกระแสเงินสดด้วยการเทรดแนวนี้ได้

เงื่อนไขที่น่าสนใจของที่นี่ก็คือ ถ้าเราทำกำไรได้ 10% ใน 4 เดือน โดยที่เดือนที่ขาดทุน ไม่เกิน 2 เดือน ก็จะได้เงินทุนเพิ่ม 25% จนสูงสุด 300,000 ดอลลาห์ ซึ่งถ้าเทรดระยะยาว เราก็มีโอกาสโตและทำเงินได้เพิ่มขึ้นจากสายอาชีพนี้อีก

ส่วนคนที่สนใจจะเป็นเทรดเดอร์อาชีพ แนะนำว่าเหมาะกับคนที่มีฝีมือแต่ต้องการเงินทุนในช่วงแรก การทำอาชีพนี้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่คนที่จะสอบควรจะมีแนวทางการเทรดที่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่อเสมอเสียก่อน เพราะการเทรดเป็นอาชีพไม่ใช้การวัดดวง แต่เป็นการสร้างกระแสเงินสดและบริหารความเสี่ยงระยะยาว

กระแส WallStreetBets

เรื่องน่าสนใจ

WallStreetBets, WSB หรือ r/wallstreetbets เป็นกลุ่มย่อยในเว็บไซต์ Reddit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ประเภทเว็บบอร์ด จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้กลุ่มนี้เป็นที่รู้จักเพราะเกิดกระแสรวมตัวของรายย่อยที่จะทำการผลักดันราคาหุ้น $GME หรือ GameStop โดยทำการ short squeeze หรือเป็นการบีบให้คนที่ short sell ต้องขาดทุน ซึ่ง GameStop ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกเกมที่มีอยู่หลายสาขาในอเมริกาได้ถูกนักลงทุนสถาบัน short sell ไว้จำนวนมาก

How GameStop found itself at the center of a groundbreaking battle between  Wall Street and small investors | Stock markets | The Guardian
ร้าน GameStop

เนื่องจากนักลงทุนสถาบันมองว่าเทรนด์การเล่นเกมได้เปลี่ยนไปสู่ออนไลน์มากขึ้น และมองว่า GameStop กำลังมาถึงจุดที่เป็นขาลงแล้ว สิ่งที่จุดชนวนความไม่พอใจของรายย่อยก็คือ การที่มีคนพยยายามแฮ็คแอคเคาต์ทวิตเตอร์ของ Citron Research ซึ่งชอบขุดเรื่องทุจริตหรือไม่ชอบมาพากลของธุรกิจต่าง ๆ เพื่อทุบหุ้นและทำกำไรจากการ short sell โดยคนที่แฮ็คได้นำคลิปของบริษัทที่ประเมินธุรกิจของ GameStop ว่าจะแย่และราคาลดลงอย่่างแน่นอน ทำให้ผู้ใช้งาน reddit กว่า 3 ล้านรายซึ่งอยู่ในกลุ่มของ WallStreetBets อยากจะงัดข้อกับนักลงทุนรายย่อย จึงทำการเข้าไปซื้อหุ้นจำนวนมากจนราคาหุ้นขึ้นไป มากกว่า 20 เท่าภายในเวลาไม่กี่วัน และทำให้ตลาดผันผวนอย่างหนัก

ผลที่ตามมาทำให้นักลงทุนสถาบันซึ่งทำการ short sell ไว้ ได้ขาดทุนเป็นจำนวนมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาห์ จากการที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไป และตามมาด้วยดราม่าต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โบรกเกอร์ Robinhood ได้ทำการหยุดการซื้อขาย GameStop โดยอ้างว่าปกป้องนักลงทุนจากความผันผวน แต่ก็มีนักลงทุนจะฟ้อง Robinhood ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางผลประโยชน์ของตน ซึ่งต่อมา Robinhood ก็ปลดบล็อคการซื้อขาย แต่เพิ่มการใช้มาร์จิ้นให้สูงขึ้นแทน

ซึ่งที่ตามมาก็คือ กระแส WallStreetBets เริ่มลุกลามไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ตลาดหุ้นไทยที่มีนักลงทุนมาชวนกันตั้ง SETBET บน Blockdit เพื่อรวมตัวกันดันราคาหุ้น MINT ที่ถูก short sell ไว้ถึง 69 ล้านบาท

เว็บไซต์ PumpShare


หรือแม้กระทั่งการสร้างเว็บไซต์ PumpShare เพื่อนับถอยหลังการปั่นหุ้น และคริปโต ซึ่งเป้าหมายต่อไปก็คือ XRP ซึ่งตอนนี้ราคาได้ขึ้นมาเกือบ 100% ภายในเวลาไม่กี่วัน กระแสนี้ส่วนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นการประกาศว่า รายย่อยและอินเตอร์เน็ต สามารถรวมตัวกันเพื่อล้มล้างระบบการเงินของโลกเก่าที่สามารถใช้เงินจำนวนมากควบคุมทิศทางเพื่อแสวงหากำไรจากรายย่อยก็เป็นไปได้ ทั้งการเข้ามาของอินเตอร์เน็ต สกุลเงินคริปโต ค่อย ๆ เริ่มแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงขั้นอำนาจของโลกไปทีละน้อย อย่างมีนัยยะสำคัญ

TELL (NASDAQ)

เล่าหุ้น
Welcome Tellurian Investors

TELL (NASDAQ) หุ้น บริษัท เทลรูเรียน Tellurian ได้ลงทุน 25,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ ซึ่งนำโดย อ็อคเทวิโอ ไซมอส (Octávio Simões) ซีอีโอและทีมบริหารที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรม โดยจุดเด่นของแผนกลยุทธก็คือ ต้นทุนต่ำ, น่าเชื่อถือ และมีทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

โปรเจ็คสำคัญของ TELL ก็คือ Driftwood Project ซึ่งกำลังพัฒนาสถานีผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแคลคาซู (Calcasieu) ทางตอนใต้ของแม่น้ำชาร์ลส์ (Lake Charles) รัฐหลุยเซียนา เมื่อสร้างเสร็จจะสามารถส่งออก LNG ได้ถึง 27.6 ล้านตันต่อปีให้กับลูกค้าทั่วโลก ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ดำเนินการไปแล้ว 30%

Driftwood มีสัญญาด้านวิศวกรรมการจัดหาและการก่อสร้างที่สำคัญมูลค่า 15.5 พันล้านเหรียญกับ Bechtel ซึ่งรับประกันต้นทุน ประสิทธิภาพและกำหนดการได้รับใบอนุญาติสำคัญที่สุดที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างและดำเนินงานทางวิศวกรรม โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาห์สหรัฐและดำเกินการเช่าและซื้ออสังหาริมทรัพย์ประมาณ 1,000 เอเคอร์จนเสร็จสมบูรณ์เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสถานที่ก่อสร้างมีพื้นที่กว้างพอสำหรับการเข้าถึงน้ำลึกสำหรับการขนส่ง

Meituan (03690.HK)

เล่าหุ้น
From necessity to convenience: how COVID-19 is redefining the delivery  industry in China - GNSS.asia

Meituan (เหม่ยถวน) ชื่อทางการว่า Meituan Dianping (เหม่ยถวน-เตี่ยนผิง) เป็นสตาร์ทอัพรายใหญ่ของประเทศจีน ที่เน้นให้บริการแบบ Online-to-Offline มูลค่าตลาด ณ วันที่เขียนบล็อกอยู่ที่ 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Meituan และ Dianping เดิมทีแยกกิจการกัน โดย Meituan ทำธุรกิจขายดีลแบบส่วนลดแบบกลุ่ม และ Dianping แอปรีวิวร้านอาหารและร้านค้า ซึ่งแม้ว่าควบรวมกิจการกันเป็น Meituan Dianping ก็ตาม แต่แบรนด์ยังคงทำธุรกิจแยกกันเหมือนเดิม

เป้าหมายปัจจุบันของ Meituan Dianping ก็คือ การเป็น Super App ก็คือ ให้บริการครอบคลุมทุกอย่างนั่นเอง ตั้งแต่ที่พักอาศัย อาหารและการเดินทาง โดยเฉพาะ Food Delivery Platform โดยเน้นตลาดจีนเป็นหลัก

ในด้านการเดินทางได้มี Booking Holdings (เจ้าของ agoda.com และ booking.com) ร่วมลงทุนใน Meituan Dianping อีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลขนาดใหญ่และทำกำไรได้มหาศาล

โดยกำไรไตรมาสล่าสุด 2020/3 มีกำไรสุทธิประมาณ 976 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่มีกำไรถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Grab, Food Panda, Line man และ Gojek