BTCUSD เป็นโอกาสในการเข้าซื้ออีกครั้ง

เทรดไอเดีย

BTCUSD เป็นโอกาสในการเข้าซื้ออีกครั้ง ตาม Price Action กลับตัวบน KeyZone ในวันก่อนหน้า
ราคาบิทคอยน์ลงมาจาก 42,000 และทำจุดต่ำสุดที่ 28,800 ลดลงมาถึง 31.42%

ซึ่งการลดมากกว่า 30% เป็นจุดที่น่าเข้าซื้ออีกครั้ง
โดยการปรับฐานของบิทคอยน์แต่ละครั้งจะอยู่ในช่วง 30-40% ตามสถิติ

กรณีหลุด 28,500 จุด ตัดขาดทุนตาม KeyZone เพื่อหาจังหวะเทรดใหม่อีกครั้ง

หมายเหตุ: การเทรดมีความเสี่ยงแต่เราจำกัดมันได้ด้วยตัดขาดทุน

Meituan (03690.HK)

เล่าหุ้น
From necessity to convenience: how COVID-19 is redefining the delivery  industry in China - GNSS.asia

Meituan (เหม่ยถวน) ชื่อทางการว่า Meituan Dianping (เหม่ยถวน-เตี่ยนผิง) เป็นสตาร์ทอัพรายใหญ่ของประเทศจีน ที่เน้นให้บริการแบบ Online-to-Offline มูลค่าตลาด ณ วันที่เขียนบล็อกอยู่ที่ 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Meituan และ Dianping เดิมทีแยกกิจการกัน โดย Meituan ทำธุรกิจขายดีลแบบส่วนลดแบบกลุ่ม และ Dianping แอปรีวิวร้านอาหารและร้านค้า ซึ่งแม้ว่าควบรวมกิจการกันเป็น Meituan Dianping ก็ตาม แต่แบรนด์ยังคงทำธุรกิจแยกกันเหมือนเดิม

เป้าหมายปัจจุบันของ Meituan Dianping ก็คือ การเป็น Super App ก็คือ ให้บริการครอบคลุมทุกอย่างนั่นเอง ตั้งแต่ที่พักอาศัย อาหารและการเดินทาง โดยเฉพาะ Food Delivery Platform โดยเน้นตลาดจีนเป็นหลัก

ในด้านการเดินทางได้มี Booking Holdings (เจ้าของ agoda.com และ booking.com) ร่วมลงทุนใน Meituan Dianping อีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลขนาดใหญ่และทำกำไรได้มหาศาล

โดยกำไรไตรมาสล่าสุด 2020/3 มีกำไรสุทธิประมาณ 976 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่มีกำไรถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Grab, Food Panda, Line man และ Gojek

KeyZone Indicator

ไม่มีหมวดหมู่

ตอนนี้กลับเอา KeyZone Indicator สร้างมาจากสไตล์การเทรดหาแนวรับแนวต้านของตัวเองมาใช้
ซึ่งเป็นตัวทำเงินที่ใช้หาเงินได้ในทุกตลาด มารอดูผลลัพธ์ของมันกันดีกว่า

ช่วงนี้ตลาดผันผวน

ไม่มีหมวดหมู่

ช่วงนี้ตลาดผันผวน เนื่องจากแนวโน้มขึ้นมาพอสมควรในหลายตลาด ทำให้เกิดการปรับตัวเกิดขึ้น โดยดูได้จาก DXY (Dollar Index) ซึ่งส่งผลต่อตลาดทุนทั่วโลก ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น บิทคอยน์และทองคำ ฯลฯ

ดัชนีดอลลาห์

ทำให้โดน Whipsaw ซึ่งเป็นการขาดทุนจากความผันผวน ที่ทำให้การเทรดตามแบบเดิมไม่สามารถทำกำไรได้ รวมถึงเกิดโอเวอร์เทรดเล็กน้อย โดยเฉพาะบิทคอยน์ ทำให้ช่วงนี้เกิดการขาดทุนสะสมขึ้น กว่าจะตั้งตัวได้ก็ใช้เวลา 2-3 วัน ซึ่งได้เพิ่มเครื่องมือขึ้นมาตัวหนึ่งซึ่งก็คือ Risk Monitor หรือตัวควบคุมความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต โดยใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงรวมของทั้งพอร์ตไม่เกิน 10% ในทุกวัน

และได้ปรับวิธีเข้าเทรดสำหรับตลาดผันผวนหรือตลาดปลายเทรนด์ โดยแบ่งการเทรดเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ วิธีเทรดตามเทรนด์ โดยใช้ EMA และ MACD เป็นหลัก ส่วนการเทรดในช่วงตลาดผันผวนหรือตลาดเริ่มเกิด Whipsaw จะใช้วิธีเทรดแบบ Divergence เป็นหลัก

สภาพจิตใจช่วงนี้ มีความเครียดพอสมควร แต่ก็ยังพอควบคุมได้ ส่วนหนึ่งก็คือ ได้รับความเครียดมาจากเพื่อน ๆ ที่เทรดขาดทุนจากตลาดผันผวนด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็ใช้วิธี Feedback Loop ในการปรับขั้นตอนการเทรดให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

ตอนนี้เพิ่มในส่วน Trading Idea ซึ่งจะแชร์การเข้าเทรด ราคาเป้าหมาย และจุดตัดขาดทุนโดยติดตามได้ที่ลิงค์ด้านล่าง
https://th.tradingview.com/u/Nimmano/#published-charts

Overtrade เกิดง่ายกว่าที่คิด

ไม่มีหมวดหมู่

ตั้งแต่เทรดมาสิบกว่าปี สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับตัวเองก็คือการเทรดแล้วหลงไปโฟกัสกับ Timeframe ที่เล็กกว่า Daily Timeframe สิ่งที่ตามมาก็คือ เกิดการซื้อขายที่บ่อยเกินไปจนขาดทุน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า เกิดอาการเมาเทรนด์ วิธีแก้นั้นง่ายมาก ก็คือการใช้ Daily Timeframe ตัดสินใจเทรด และยึดติดกับมันให้มากที่สุด เพราะ Timeframe เล็ก มันจะเกิดสัญญาณผิดพลาดบ่อยครั้งมากเกินไป

การใช้ Daily Timeframe เราต้องยอมรับความเสี่ยงและการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นได้ เราสามารถปิดออเดอร์ออกมาก่อนได้ เมื่อมีการกลับตัวใน Daily Timeframe ที่ชัดเจน แต่อย่าใช้ Timeframe ที่เล็กกว่านั้น มันจบด้วยการตัดขาดทุนบ่อยเกินไป

ซื้อขายเหมือนกันแต่รวยไม่เหมือนกัน

ไม่มีหมวดหมู่

ประเด็นที่มือใหม่เข้าใจผิดมากที่สุดก็คือ การลอกเทรดตามเซียน แล้วคิดว่าจะทำกำไรขาดทุนได้เท่ากับเซียนคนนั้น หรือจะรวยตามเซียนคนนั้นได้โดยง่าย แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ยากมาก จากการที่ผมพยายามให้คนสนิทลอกการเทรดของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเปิดเผยพอร์ตเทรดแบบสาธารณะ แต่คนรอบข้างที่ไม่ได้รับการฝึกฝนก็ไม่สามารถจะสามารถทำผลตอบแทนเท่ากันได้ สาเหตุที่แท้จริงมีดังนี้

บริหารความเสี่ยงไม่เหมือนกัน

สิ่งนี้คือแก่นของการเทรดเลยก็ว่าได้ เพราะในการเทรดอะไรก็ตาม มันเป็นการเดิมพันบนความน่าจะเป็นมากกว่าการที่จะสร้างความแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ในการทำกำไร และความจริงก็คือ คนที่เก่งที่สุดในโลก ก็ต้องเจอกับการขาดทุนมากมายในชีวิตการเทรด แต่สิ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นอยู่รอดได้ก็คือ การบริหารความเสี่ยง ในแต่ละเทรด โดยผมจะไม่ยอมให้เทรดใด ๆ ขาดทุนเกิน 1-2% ซึงคนที่เทรดตามบางคนไม่เข้าใจจุดนี้ก็อาจจะขาดทุนหนักได้ เนื่องจากตัดขาดทุนมากไป

จิตใจรับแรงกดดันไม่เท่ากัน

ในการเทรดจะมีช่วงที่ตลาดนั้นไม่เหมาะสมกับการทำกำไร และอาจจะเผชิญกับการขาดต่อเนื่อง เทรดเดอร์มืออาชีพจะเข้าใจและรับมือกับการขาดทุนต่อเนื่องได้ตามแผน เพราะเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในสภาวะตลาดที่โหดร้ายในบางช่วง แต่คนที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของการเทรด และไม่ได้รับการฝึกฝนจิตใจให้รับการขาดทุนที่เกินดขึ้นได้ ก็จะตัดสินใจแตกต่างกับเซียนคนที่ลอกได้เช่น กัน เช่น เซียนคนนั้นอาจจะตัดขาดทุนไปแล้ว แต่คนที่ตามยังทำใจขายไม่ได้เพราะเจ็บปวดกับการขาดทุน อาจจะทำให้ผลที่ตามมาเป็นการขาดทุนมากกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งซื้อมันเพิ่มเข้าไปซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย เพราะมันคือการเพิ่มขนาดของความเสี่ยงให้มากขึ้นนั่นเอง

ใช้อารมณ์ในการเทรดมากเกินไป

สิ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพต่างจากมือใหม่ก็คือ เทรดเดอร์มืออาชีพ จะตัดสินใจโดยใช้ประสบการณ์และข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้อารมณ์ แต่มือใหม่มักจะใช้ความโลภและความกลัวในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นนั้นออกไป เช่น หุ้นขึ้นมามากก็อาจจะไม่ยอมจนหุ้นตกลงมาขาดทุน เนื่องจากโลภอยากได้กำไรมาก ๆ หรือไม่ก็กลัวไม่ยอมขายหุ้นที่ขาดทุน หรือแม้กระทั่งกลัวที่จะซื้อหุ้นที่ลงมาแรง ทั้ง ๆ ที่อาจจะเป็นจังหวะการซื้อที่ดีก็ได้ ยิ่งใช้อารมณ์ตัดสินใจมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสผิดพลาดมากเท่านั้น

ความไวและเครื่องมือต่างกัน

เทรดเดอร์มืออาชีพ มักจะตัดสินใจฉับไวเด็ดขาด ในบางครั้งอาจจะมีเครื่องมือที่ช่วยทำให้การเทรดง่ายขึ้น ซึ่งบางอย่างอาจจะเสียเงิน ต่างจากมือใหม่ที่การตัดสินใจยังไม่เด็ดขาดพอ และในบางครั้งอาจจะมีเครื่องมือช่วยติดตามการเทรดไม่เพียงพอ อาจจะทำให้การซื้อขายล่าช้าจนต้นทุนเข้าซื้อขายแตกต่างกับมืออาชีพอย่างมาก

แต่การลอกที่ประสบความสำเร็จนั้นก็มีหนทางของมันอยู่ ก็คือ คนลอกควรจะศึกษาแนวคิด การบริหารความเสี่ยงหรือการตัดสินใจต่าง ๆ ของเทรดเดอร์ที่เราสนใจ ถ้าโชคดีสนิทกับเซียนคนนั้น การศึกษาแนวทางกับเซียนที่พร้อมจะแบ่งปันจะช่วยให้เราฝึกฝนการเทรดไปในตัว เพราะการเทรดไม่ใช่แค่การซื้อขายแล้วได้กำไร แต่เป็นการฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อที่จะตัดสินใจในเกมการเงินที่คนทั่วโลกต่างก็อยากจะคว้ากำไร แต่คนที่ไม่จริงจังกับเส้นทางนี้มักจะเป็นเหยื่อของคนเก่งเสมอ เพราะมันคือ สมรภูมิรบทางการเงิน นั่นเอง

สอบผ่าน FTMO รอบแรก

ไม่มีหมวดหมู่

หลังจากปีที่แล้วสอบไม่ผ่านรอบแรก กลับไปฝึกวิชามาใหม่ แล้วในที่สุดก็ผ่านจนได้

สถิติการเทรดของเราคงเส้นคงวามาก คือ ทุกตลาดจะได้ winrate อยู่ที่ 40-42% และ Profit factor ประมาณ 1.5-1.8

บิทคอยน์แตะ 42,000 ดอลลาห์ครั้งแรก

ไม่มีหมวดหมู่

บิทคอยน์ตทำประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นไปแตะ 42,000 เหรียญดอลลาห์สหรัฐครั้งแรก มีช่วงแรกพยายามหาการกลับตัวเทรดสวนเทรนด์จนขาดทุนติดต่อกัน 4-5 ครั้ง แต่ก็พอได้กำไรในจังหวะที่เทรดตามเทรนด์คืนมา และช่วงที่บิทคอยน์วิ่งไปอย่างบ้าคลั่งจนแตะ 1.2 ล้านบาทต่อเหรียญ ทำให้ได้ทบทวนและปรับระบบเทรดให้ดีขึ้นอีกครั้ง ณ จุดนี้เราซื้อบิทคอยน์และเทรดไปตามรอบมันอยู่ แต่แถว 45,000 – 46,000 คือ โซนที่เฝ้าระวังการเทรดมากขึ้น เพราะสัปดาห์หน้าจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ของกระทิงคลั่ง ซึ่งเสี่ยงต่อการปรับฐานรุนแรงมากขึ้นทุกที

เป้าเทรดเดอร์ต่างประเทศหลายคนมองอยู่แถว 50,000 – 60,000 ดอลลาห์ ซึ่งเราจะได้รู้กันไม่ช้าว่าจะไปถึงเป้ามันได้หรือไม่ การเทรดช่วงนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็มีความผิดพลาดในเรื่องของการสับสนกับการเทรดเล็กน้อย เพราะเริ่มมาเทรดช่วงดึกมากขึ้น เนื่องจากเทรดบิทคอยน์ แต่ช่วงนี้เริ่มปรับตัวกับจังหวะชีวิตได้แล้ว

Equity Simulator

ไม่มีหมวดหมู่

ถ้าเราหาระบบเทรดของตัวเองเจอแล้ว และเทรดแบบมีวินัย ในที่สุดเราก็จะรวย
การหวังรวยแบบรวดเร็วในระยะสั้น มักนำไปสู่ความล้มเหลวในระยะยาว

บันทึกภาพไว้เตือนใจ